Monthly Archives: ตุลาคม 2017

กล้วยตาก

ส่วนผสม กล้วยตาก

• กล้วยน้ำว้า
• เกลือป่น
• น้ำ

วิธีทำกล้วยตาก

1. ปอกเปลือกกล้วยออก เรียงลงบนตะแกรง นำไปตากแดดประมาณ 5 วัน หรือจนกล้วยเกือบแห้งสนิท และหมั่นคอยพลิกกลับด้านอยู่เสมอ
2. ก่อนนำกล้วยไปตากแดดในวันที่ 6 ให้ละลายน้ำกับเกลือให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นใช้ขวดน้ำคลึงหรือกดกล้วยให้แบน แล้วนำกล้วยลงไปล้างในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ จากนั้นนำกล้วยวางเรียงบนตะแกรง นำไปตากแดดอีก 1-2 วัน จนกล้วยแห้งได้ที่
3. เมื่อกล้วยแห้งได้ที่แล้ว ใส่กล้วยลงในหม้อ ปิดฝาให้สนิท วางทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้น้ำตาลจากกล้วยซึมออกมา (กล้วยจะเงาและไม่แห้ง) จากนั้นเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด พร้อมเสิร์ฟ

กล้วยอบกรอบ

ส่วนผสม กล้วยอบกรอบ

• กล้วยหอมดิบ
• เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำกล้วยอบกรอบ

1. ปอกเปลือกกล้วยแล้วหั่นแว่น หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร
2. ผสมเกลือกับน้ำ คนจนเกลือละลาย เตรียมไว้
3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปกะพอท่วมกล้วย พอร้อนแบ่งกล้วยลงไปทอด พอกล้วยเริ่มลอยขึ้นมา ใส่น้ำเกลือลงไปประมาณ 1 ช้อนชา ทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้สะเด็ดน้ำมัน ทอดจนกว่ากล้วยจะหมด พอเย็นลงแล้วก็จัดเสิร์ฟ หรือเก็บใส่ภาชนะ

กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล

ส่วนผสม กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล

• กล้วยน้ำว้าดิบ 24 ลูก
• น้ำเย็นผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย (สำหรับแช่กล้วย)
• น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 80 กรัม
• แบะแซ 2 ช้อนชา
• วิปครีมชนิดจืด 50 กรัม
• เนยสดชนิดเค็ม 30 กรัม
• เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสุก 200 กรัม
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำกล้วยฉาบเคลือบคาราเมล

1. นำกล้วยน้ำว้ามาปอกเปลือก แล้วแช่ลงในน้ำเย็นผสมน้ำมะนาว (เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี) พักไว้
2. ฝานกล้วยเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วม้วนให้เป็นแท่งกลม วางเรียงใส่ถาด พักไว้ให้กล้วยหมาด ๆ
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กล้วยลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
4. ใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี แบะแซ วิปครีม และเนยสดลงในภาชนะ ยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนส่วนผสมมีลักษณะข้น
5. ใส่กล้วยทอดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าเบา ๆ จนเข้ากันดี ยกลง พักไว้ให้เย็นสนิท บรรจุใส่ภาชนะ

ขนมบัวลอยกะทิสด (รูปแตงโม)

ส่วนผสม ขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

• แป้งข้าวเหนียว
• สีเขียว (น้ำใบเตย)
• สีเหลือง (เนื้อฟักทอง)
• สีม่วง (น้ำอัญชัน)
• สีชมพู (กลิ่นกุหลาบ)
• งาขาว
• งาดำ
• กะทิสด
• ใบเตย
• เกลือ
• น้ำตาลทราย

วิธีทำขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

1. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับสีที่เตรียมไว้ จะได้ 4 สี (สีชมพูจะเข้มขึ้น เพราะว่าใส่น้ำหวานกลิ่นสละเฮลซ์บลูบอยเพิ่มให้สีสวยขึ้น)
2. ปั้นให้เป็นรูปแตงโม โดยปั้นแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงให้กลม พักไว้ จากนั้นปั้นแป้งสีเขียวให้กลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นแบน นำไปห่อแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงจนหมด ปั้นเป็นก้อนกลม
3. ผ่าครึ่งแป้งแตงโมแต่ละก้อนแล้วแบ่งเป็นเสี้ยวตามต้องการ นำงาขาวหรืองาดำแปะที่เนื้อแตงโมให้สวยงาม
4. ต้มน้ำให้เดือด ใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไปต้มจนสุก (หากสุกแล้วแป้งจะลอยขึ้น) ตักใส่น้ำเย็นพักไว้
5. ต้มกะทิใส่ใบเตย เกลือเล็กน้อย และน้ำตาลทราย พอน้ำตาลละลายใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไป ปิดไฟ จะกินแบบเย็นหรือร้อนก็ได้ หรือรอให้เย็นก่อนค่อยตักเสิร์ฟในลูกแคนตาลูป

ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
• กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้)
• สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
• แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (ลองใส่ 1 ช้อนชาแล้วชิมก่อน ถ้ายังไม่ถูกปากค่อยเพิ่มปริมาณ)
• ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนได้แป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้
2. แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีเนียนเข้ากันดี
3. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5–2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน เมื่อทำบัวลอยกุหลาบเสร็จแล้วให้วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
4. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
5. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
6. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ จัดเสิร์ฟ

ขนมถ้วยใบเตยไส้ไข่หวาน

ส่วนผสม ตัวขนม

• น้ำใบเตย (คั้นเข้มข้น) 110 กรัม (ในสูตรใช้ใบเตย 1 กำมือ)
• แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
• แป้งเท้ายายม่อม 10 กรัม
• กะทิ 350 กรัม
• น้ำตาลปึกหรือน้ำตาลปี๊บ 250 กรัม

ส่วนผสม หน้าขนม (หน้ากะทิ)

• กะทิ
• แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
• เกลือป่น 4 กรัม
• ไข่แดง
• น้ำตาลทรายป่น
• กลิ่นวานิลลา

วิธีทำขนมถ้วยใบเตยไส้ไข่หวาน

1. ล้างใบเตยให้สะอาด นำมาคั้นให้ได้น้ำใบเตยเข้มข้น
2. ทำตัวขนม โดยใส่แป้งข้าวเจ้ากับแป้งเท้ายายม่อมลงในอ่างผสม คนให้เข้ากัน เทกะทิลงไป ใช้มือนวด ๆ ขยำ สักพัก ใส่น้ำตาลปึก ขยำให้น้ำตาลละลายดี เทน้ำใบเตยลงไปผสมจนเข้ากัน
3. ทำหน้าขนม โดยใส่กะทิ แป้งข้าวเจ้า และเกลือป่น คนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่แดง น้ำตาลทรายป่น และกลิ่นวานิลลา คนผสมให้เข้ากัน นำไปกรองให้เนียน
4. เทตัวแป้งลงถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย นึ่งในน้ำเดือด 2-2.30 นาที ให้สังเกตขอบขนมจะมีสีเข้มขึ้น ส่วนตรงกลางสียังจาง ๆ อยู่เป็นใช้ได้ ให้รีบเอาออกจากชุดนึ่ง เทแป้งเหลวตรงกลางออก ขนมก็จะเป็นหลุม หยอดไข่แดงหวานลงไป นำไปนึ่งสัก 1 นาทีหรือจนไข่สุก จากนั้นก็หยอดหน้ากะทิ แล้วนึ่งต่ออีก 15 นาทีก็เสร็จ

ขนมถ้วย

ส่วนผสม หน้าขนม (หน้ากะทิ)

• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• หัวกะทิ 2 ถ้วย

ส่วนผสม ตัวขนม

• แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย
• น้ำตาลปี๊บ 230 กรัม
• แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย
• แป้งเท้ายายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำลอยดอกมะลิ 1+1/4 ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
• หางกะทิ 1/2 ถ้วย

อุปกรณ์

• ถ้วยขนมถ้วย (หรือถ้วยทนความร้อนสำหรับนึ่ง)
• ชุดนึ่ง

วิธีทำขนมถ้วย

1. ทำหน้าขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น และหัวกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันและไม่เป็นเม็ด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้
2. ทำตัวขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ แป้งมันสำปะหลัง แป้งเท้ายายม่อม น้ำลอยดอกมะลิ และหางกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันจนน้ำตาลปี๊บละลายหมด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้
3. นำถ้วยขนมไปนึ่งประมาณ 5 นาที (ป้องกันไม่ให้ขนมติดถ้วย)
4. เทส่วนผสมตัวขนมลงไปในถ้วย (ให้เกินครึ่งถ้วยเล็กน้อย) จากนั้นปิดฝานึ่งประมาณ 5 นาที พอครบเวลา ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที
5. เทส่วนผสมหน้ากะทิลงไปจนเต็มถ้วย นำไปนึ่งต่ออีกประมาณ 6-7 นาทีหรือจนขนมสุก ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นประมาณ 10 นาที
6. ค่อย ๆ ใช้ไม้พายหรือไม้ไอศกรีมแช่น้ำแคะขนมออกจากถ้วย จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ซาลาเปาไส้เผือกกวน

ส่วนผสม ซาลาเปาไส้เผือกกวน

• แป้งซาลาเปาสำเร็จรูป 1 ห่อ
• นมสด 1 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
• เผือกกวน 200 กรัม

ส่วนผสม ไส้เผือกกวน

• เผือกดิบ หั่นชิ้น 500 กรัม
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• กะทิ 500 มิลลิลิตร

วิธีทำไส้เผือกกวน

1. นำน้ำตาลทรายกับกะทิมาคนรวมกันจนน้ำตาลละลาย
2. เอาเผือกไปนึ่งประมาณ 20 นาที เสร็จแล้วเอามาบดด้วยส้อมจนละเอียด เทใส่กระทะ เติมส่วนผสมกะทิลงไป เปิดไฟกวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 15 นาทีหรือจนเหนียวข้นตามชอบ เสร็จแล้วเทใส่ภาชนะ พักไว้จนเย็น

วิธีทำซาลาเปา

1. นำแป้งมาใส่อ่างผสม และนำนมสดมาผสมกับน้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลละลาย เทใส่ลงแป้ง คนผสมให้เข้ากันแล้วค่อยนำไปนวดต่อด้วยเครื่องนวดแป้ง หรือนวดด้วยมือ ประมาณ 10 นาที แต่พอนวดประมาณ 3 นาที เติมน้ำมันพืชแล้วนวดต่อจนครบเวลา หรือแป้งนวลดี เอาออกมาวางบนโต๊ะ โรยแป้งนวลนิดหน่อย นวดมือต่ออีกสัก 3-5 นาที ปั้นให้เป็นลูกกลม พักแป้งไว้โดยคลุมผ้าหรือปิดพลาสติก วางที่อุณหภูมิห้องปกติ หรือเอาใส่ในเตาอบ ไม่ต้องเปิดเตา พักแป้งไว้อีกครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมง
2. พอครบเวลานำแป้งออกมาตัดเป็นก้อนเล็กหรือใหญ่ตามชอบ นำแป้งมา 1 ลูก ส่วนที่เหลือหาผ้าชุบน้ำมาปิดแป้งไว้ระหว่างทำ แป้งจะได้ไม่แห้ง นำไม้คลึงมาแผ่แป้งออกเป็นวงกลม ปั้นไส้เผือกเป็นลูกกลมแล้วเอาไปห่อกับแป้งซาลาเปา
3. ห่อเสร็จก็นำมาวางลงในลังถึง พอน้ำเดือดก็เอาไปนึ่ง ประมาณ 10-15 นาที หรือจนสุก

เผือกกวน

ส่วนผสม เผือกกวน

• เผือกหั่นเป็นชิ้น 500 กรัม (หั่นขนาดเท่ากันจะได้สุกพร้อมกัน)
• หัวกะทิ 2 ถ้วย (ถ้าคั้นกะทิเองควรใช้น้ำลอยดอกมะลิในการคั้นเพราะจะทำให้กะทิมีกลิ่นหอมมากขึ้น)
• ใบเตย
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลปึก 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1+1/4 ถ้วย
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำเผือกกวน

1. ใส่เผือกลงไปในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดพล่าน ใช้เวลานึ่งประมาณ 30-35 นาที (แล้วแต่ปริมาณของเผือก)
2. ใส่หัวกะทิและใบเตยลงไปในหม้อ นำไปต้มด้วยไฟกลางอ่อนรอจนเดือดพล่านและมีกลิ่นของใบเตยออกมา พอได้กลิ่นหอมแล้วตักใบเตยออก
3. ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทรายลงไป ตามด้วยเกลือป่นคนให้เข้ากัน แล้วลดเป็นไฟอ่อน คนจนกว่าทุกอย่างละลายเข้ากัน เตรียมไว้
4. นำเผือกใส่กระทะ (แนะนำให้ใช้กระทะเทฟลอน) บดเผือกด้วยที่กดมันฝรั่ง หรือช้อนส้อมให้ละเอียด (ยังไม่ต้องเปิดเตา)
5. พอเผือกละเอียดแล้วใส่ส่วนผสมกะทิลงไป คนจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
6. เปิดเตาใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนแล้วเริ่มกวนเผือกไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที หรือจนแห้งและล่อนไม่ติดกระทะและมีลักษณะเป็นก้อน และถ้าจะเอาไปทำเป็นไส้ขนมให้ใช้เวลากวนประมาณ 7 นาทีพอ เพราะส่วนผสมค่อนข้างจะเหลวหน่อย
7. เมื่อกวนไปเรื่อย ๆ จะสังเกตเห็นว่าเผือกจะเริ่มแห้งตัวลงแล้ว อย่ากวนจนแข็งตัวเกินไปเพราะเวลาเย็นลงแล้วจะแข็งตัวมากขึ้น นำเผือกกวนมาใส่ถาด หรือภาชนะที่ไม่ติด ทิ้งไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้น ๆ หรือกดเป็นลายต่าง ๆ ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อนดอกไม้

ส่วนผสม วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

• ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะพร้าว 400 มิลลิลิตร
• กะทิ 400 มิลลิลิตร
• น้ำตาลทราย 240 กรัม
• เกลือป่น 1 มิลลิลิตร
• เนื้อมะพร้าวอ่อน 2 ลูก
• สีผสมอาหารตามชอบ

วิธีทำวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

1. ใส่ผงวุ้นลงในน้ำมะพร้าว คนผสมให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 10-15 นาที
2. ใส่น้ำวุ้นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน คนให้ผงวุ้นละลายแล้วจึงใส่กะทิคนผสมให้เข้ากัน
3. ใส่น้ำตาลทรายกับเกลือป่นลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที
4. ตักแบ่งน้ำวุ้นผสมสีตามชอบ และหยอดลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ พักไว้จนวุ้นเซตตัว นำออกจากพิมพ์ไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ