วุ้นเป็ด (วุ้นกะทิ)

ส่วนผสม วุ้นเป็ด

• ผงวุ้น 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 350 มิลลิลิตร
• หัวกะทิคั้นสด 2+1/2 ถ้วย
• ใบเตย (หั่นเป็นท่อน) 2-3 ใบ
• น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• เนื้อมะพร้าวอ่อน
• พิมพ์วุ้นเป็ด

วิธีทำวุ้นเป็ด

1. ทำวุ้นกะทิ โดยใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน จากนั้นใส่ผงวุ้นลงไปคนให้ละลาย พอน้ำเดือดแล้วให้ปิดไฟแล้วคนต่อไปเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลายหมด
2. เปิดไฟ ใส่ใบเตยลงไป กวนไปเรื่อย ๆ ให้พอมีกลิ่นใบเตย ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คนผสมจนน้ำตาลละลายและส่วนผสมเดือด
3. เทหัวกะทิกับเกลือป่นใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันพอเดือดเล็กน้อย ปิดไฟ ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนขูดเป็นเส้น ๆ ลงไป คนพอเข้ากัน ยกลงจากเตา
4. หยอดส่วนผสมวุ้นลงในพิมพ์วุ้นเป็ดจนเต็ม พักทิ้งไว้จนวุ้นเริ่มเซตตัวและคลายความร้อน จากนั้นนำไปแช่เย็น นำออกจากพิมพ์ก่อนเสิร์ฟ

ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็ม

ส่วนผสม ไส้ถั่วไข่เค็ม

• ถั่วเขียวเราะเปลือก 300 กรัม
• น้ำตาลทราย 320 กรัม
• น้ำมันพืช 50 กรัม
• ไข่เค็มต้มสุก

ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ตราบัวแดง) 250 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 175 กรัม
• น้ำตาลไอซิ่ง 20 กรัม
• น้ำมันพืช 150 กรัม
• น้ำเย็น 180 กรัม

ส่วนผสม แป้งชั้นใน

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ตราบัวแดง) 150 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 125 กรัม
• น้ำมันพืช 100 กรัม

วิธีทำไส้ถั่วกวน

1. แช่ถั่วเขียวในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน (หรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง) จนถั่วพองตัว นำไปต้มจนนิ่ม ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปปั่นในโถปั่นจนเนียนละเอียด
2. เทถั่วปั่นลงในกระทะทองเหลือง ใส่น้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมเริ่มข้น ใส่น้ำมันพืชลงไป กวนต่อจนได้ส่วนผสมถั่วข้นและแห้งพอที่จะปั้นเป็นก้อนได้ ยกลงจากเตา พักไว้จนเย็น
3. ผ่าไข่เค็มแล้วคว้านเอาเฉพาะไข่แดงออกแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (8 ชิ้น ต่อ 1 ฟอง)
4. แบ่งถั่วให้ได้เท่าจำนวนลูกที่จะทำ (ลูกละ 12 กรัม) แล้วแผ่เป็นแผ่นแล้ววางไข่แดงลงบนถั่วที่แผ่ไว้ ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ทำจนหมด เตรียมไว้

วิธีทำแป้งชั้นนอก

1. ร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิด และน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน
2. ทำหลุมตรงกลางแป้งที่ร่อนไว้ จากนั้นเทน้ำมันพืชและน้ำเย็นลงไปในหลุม ค่อย ๆ คนผสมเข้าด้วยกัน โดยวนจากด้านในออกไปด้านนอก คนผสมไปเรื่อย ๆ จนแป้งจับตัวเป็นก้อน พักแป้งไว้อย่างน้อย 30 นาที

วิธีทำแป้งชั้นใน

1. ร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน
2. ทำหลุมตรงกลางแป้งที่ร่อนไว้ จากนั้นเทน้ำมันพืชลงไปในหลุม ค่อย ๆ คนผสมเข้าด้วยกัน โดยวนจากด้านในออกไปด้านนอกจนแป้งจับตัวเป็นก้อน (แป้งในนี้จะมีลักษณะเนียน ๆ แข็ง ๆ) พักแป้งไว้อย่างน้อย 30 นาที

วิธีทำขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็ม

1. แบ่งแป้งชั้นนอกออกเป็น 20 ก้อน ขนาดเท่า ๆ กัน ก้อนละประมาณ 38 กรัม (ใช้วิธีชั่งแป้งทั้งก้อนแล้วหารด้วย 20 )
2. แบ่งแป้งชั้นในออกเป็น 20 ก้อน ขนาดเท่า ๆ กัน ก้อนละประมาณ 18 กรัม (ใช้วิธีชั่งแป้งทั้งก้อนแล้วหารด้วย 20)
3. แผ่แป้งชั้นนอกเป็นแผ่นแล้ววางแป้งชั้นในไว้ตรงกลาง จับมุมแป้งชั้นนอกขึ้นมาก่อแป้งชั้นในให้มิด
4. ใช้ไม้คลึงแป้ง รีดแป้งขึ้น-ลง (ในแนวดิ่งอย่างเดียว)
5. พับแป้งด้านบนลงมาโดยให้ปลายมาจรดตรงกลางแผ่นแล้วพับปลายด้านล่างขึ้นไป จากนั้นหมุนแป้งที่พับไว้ 90 องศา จากนั้นใช้ไม้คลึงแป้ง รีดแป้งขึ้น-ลงอีกครั้ง (ในแนวดิ่งอย่างเดียว) ม้วนแป้งจากปลายด้านใดด้านหนึ่ง (เหมือนม้วนเสื่อ) ตัดแบ่งให้ได้ส่วนตามต้องการ (ในสูตรแบ่ง 4 ส่วน)
6. วางแป้งให้ระนาบที่กลมลงบนพื้นโต๊ะ แล้วกดแป้งลงไปให้แบนราบ จากนั้นนำมารีดเฉพาะขอบให้บางแล้ววางไส้ที่ปั้นเตรียมไว้ลงไป ห่อให้เป็นลูกกลม ๆ เก็บรอยบีบไว้ด้านล่าง (จะเห็นเป็นลายวน ๆ)
7. วางเรียงแป้งใส่ถาดอบที่ทาน้ำมันไว้ เตรียมอบ (ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเป็นถาดที่ใช้ใส่แป้งชั้นนอกตอนพัก จึงไม่ต้องทาน้ำมันเพิ่มเลย เนื่องจากมีน้ำมันเยิ้ม ๆ ออกมาจากแป้งชั้นนอกแล้วบ้าง)
8. ทาส่วนผสมไข่แดงผสมน้ำลงบนหน้าขนม แต้มสีผสมอาหารสีส้มลงบนหน้าขนมให้เป็นจุด ๆ
9. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส (อุ่นเตาไว้ก่อนแล้ว) ประมาณ 20-25 นาที (แล้วแต่ขนาดของขนม) อบเสร็จแป้งจะแห้ง ๆ หน่อย นำขนมออกจากถาดใส่ลงในหม้อสำหรับอบควันเทียน อบจนมีกลิ่นหอม พร้อมเสิร์ฟ

ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วกวน

ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วกวน (ขนมเปี๊ยะสายรุ้ง)

ส่วนผสม ไส้ถั่วกวน

• ถั่วเขียวเราะเปลือก 500 กรัม
• น้ำตาลทราย 500 กรัม
• น้ำมันพืช 1 ถ้วย
• เกลือ 1 ช้อนชา
• ไข่เค็ม
• เทียนสำหรับอบขนม

ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 520 กรัม
• น้ำตาลทราย 80 กรัม
• เนยขาว 200 กรัม
• น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
• สีผสมอาหารตามชอบ

ส่วนผสม แป้งชั้นใน

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 420 กรัม
• เนยขาว 95 กรัม
• สีผสมอาหาร 8 สี

วิธีทำไส้ถั่วกวน

1. นำถั่วเขียวเราะเปลือกมาล้างทำความสะอาดหลาย ๆ น้ำจนน้ำใส แล้วแช่ถั่วในน้ำไว้อย่างน้อย 5 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
2. จากนั้นนำถั่วไปปั่น พร้อมกับใส่น้ำมันและน้ำตาลส่วนหนึ่ง ส่วนน้ำตาลที่เหลือก็มาใส่ตอนกวน
3. เทถั่วที่ปั่นใส่ลงกระทะเทฟลอนแล้วใส่น้ำตาลที่เหลือลงไป กวนทุกอย่างด้วยไฟกลางจนถั่วเหนียว ไม่ติดกระทะ
4. พักทิ้งไว้ให้เย็นแล้วก็นำมาปั้นเป็นลูกกลมเล็กหรือใหญ่แล้วแต่ชอบ ในสูตรปั้นประมาณลูกละ 20-25 กรัม
5. ผ่าไข่เค็มแดงเป็นชิ้นเล็ก จะผ่าแบบ 4 ชิ้น หรือ 8 ชิ้นตามชอบ ถ้าชอบไข่เค็มด้วยก็นำไข่เค็มมาวางตรงกลางถั่วแล้วก็ปั้นเป็นลูกกลม ในสูตรได้ประมาณ 80 ลูก
6. นำไส้ไปอบควันเทียน วิธีการก็หาภาชนะหรือหม้อมีฝาปิดสนิท แล้วเอาเทียนใส่ถ้วยมาวางตรงกลาง แล้วเรียงไส้รอบ ๆ เทียน จุดเทียน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีแล้วค่อยดับไฟ จะมีควันหอม ๆ ออกมา รีบปิดฝาให้สนิท ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน

วิธีทำแป้งชั้นนอก

1. ร่อนแป้งใส่ในอ่างผสม และนำน้ำตาลทรายมาผสมในน้ำเปล่าคนให้ละลาย
2. นำเนยขาวมาขยำนวดกับแป้งให้เข้ากัน ใส่น้ำมันพืชหรือเนยนวดจนเข้ากัน หรือใครจะใช้เครื่องนวดก็ได้
3. ค่อย ๆ ใส่น้ำเปล่าที่ผสมน้ำตาลแล้วลงไป แล้วก็นวดต่อประมาณ 3-5 นาทีจนเนียนนุ่มมือ ไม่ติดภาชนะ และไม่ติดมือ คลุมด้วยพลาสติก แล้วทิ้งไว้นอกตู้เย็น 30 นาที

วิธีทำแป้งชั้นใน

1. ร่อนแป้งใส่อ่างผสม ใส่เนยขาวแล้วก็นวดจนแป้งไม่ติดภาชนะ และไม่ติดมือ แป้งจะนิ่มมือ และเหลวกว่าแป้งชั้นนอก
2. แบ่งแป้งชั้นในออกมาเป็น 8 ก้อนเท่ากัน ใส่สีแต่ละก้อนให้ได้แป้งตามสีที่ต้องการ แนะนำให้ใส่ถุงมือ สีจะได้ไม่ติดมือ ทำจนครบสีที่ต้องการ (แป้งนี่ถ้าทำไม่หมดวันนี้ นำไปแช่ตู้เย็นได้ ห่อให้เรียบร้อย ตอนจะนำมาปั้นก็พักให้นิ่มตัวลงแล้วก็ปั้นได้เหมือนเดิม)

วิธีทำขนมเปี๊ยะสายรุ้งไส้ถั่วกวน

1. แบ่งแป้งชั้นนอกเป็นก้อนเล็ก ก้อนละ 30 กรัม และแบ่งแป้งชั้นในเป็นก้อนเล็ก ก้อนละ 8 กรัม
2. แผ่แป้งชั้นนอก (สีขาว) ใช้ไม้คลึงให้แบนกะให้พอห่อแป้งชั้นในได้ ไม่ต้องบางมาก จากนั้นนำแป้งชั้นใน 3 ลูก 3 สี (เลือกสีตามชอบ) มาวางเรียงกัน ม้วนห่อให้มิด ปิดหัวและท้าย แล้วคลึงนิดหน่อย ทำแบบนี้จนหมดแป้งที่มี
3. นำแป้งที่ห่อแล้วมาวางเป็นแนวยาว ใช้ไม้คลึงแป้งให้แบน เลื่อนขึ้น-ลง ทำแบบเบามือ ไม่ต้องให้แบนมาก ม้วนให้เรียบร้อย แล้วต่อไปจะคลึงแป้ง ครั้งที่ 2 กัน โดยจับแป้งก้อนเดิมมาวางเป็นแนวยาว คลึงครั้งที่ 2 เสร็จแล้วก็ม้วนกลับจนหมด
4. ตัดแบ่งแป้งเป็น 3-4 ชิ้น ก่อนคลึงให้สังเกตที่ตัวชั้นแป้งที่เป็นสายรุ้ง เอาด้านแป้งสายรุ้งที่เป็นชั้นสวยอยู่ด้านล่าง แล้วค่อยคลึงให้แบน เป็นลูกกลม
5. นำไส้ถั่วที่ปั้นเอาไว้แล้วมาวางตรงกลาง ค่อย ๆ ห่อแป้งด้านล่างมาปิดไส้ให้มิด จัดตกแต่งให้ได้รูปกลมหรือแบนตามต้องการ นำขนมเปี๊ยะที่ขึ้นรูปแล้วนำมาวางใส่ถาดเตรียมอบ จะนำถ้วยกระดาษมารอง หรือจะวางบนกระดาษไขสำหรับอบในถาดใหญ่ก็ได้
6. นำถาดใส่เตาอบ เปิดเตาที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 180 องศาเซลเซียส วอร์มเตาไปอีก 10 นาทีก่อนจะนำขนมเปี๊ยะไปอบประมาณ 20 นาทีหรือจนสุก

วิธีอบควันเทียน

1. นำถ้วยเล็ก ๆ มารองเทียนอบ เพราะจะมีขี้เถ้าดำออกมาเวลาดับเทียน นำเทียนมาลนไฟตรงก้นนิดหนึ่ง แล้วให้ตัวเทียนติดกับถ้วยเล็กจะได้ไม่ล้ม จากนั้นนำมาใส่วางตรงก้นภาชนะ หรือหม้อ
2. หาภาชนะ หรือหม้อที่มีฝาปิดสนิท ควันเทียนจะได้ไม่ลอยออกไปมาก นำขนมเปี๊ยะมาวางเรียงรอบเทียนให้เรียบร้อย แล้วทำการจุดไฟเทียน รอให้เทียนจุดไฟสัก 1 นาที ให้เทียนละลายนิดหนึ่ง จะได้ควันเทียนออกมามาก
3. จากนั้นให้เป่าเทียนให้ดับ คราวนี้จะเห็นควันเทียนออกมาแล้วให้รีบปิดฝาให้สนิท อบควันเทียนไว้ 1 คืน ในวันรุ่งขึ้นก็นำขนมมาใส่กล่องเก็บ หรือใส่ภาชนะ ไม่เข้าตู้เย็นก็อยู่ได้หลายวัน วันแรกขนมเปี๊ยะจะยังกรอบอยู่ หลังจากอบควันเทียนแล้ว วันที่ 2 -3 ขนมจะนุ่มนิ่มมากเลย

กล้วยทอด

ส่วนผสม กล้วยทอด

• กล้วยน้ำว้า 1 หวี (ในสูตรใช้แค่ 8 ลูก เพราะว่ากล้วยลูกใหญ่)
• แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย (แป้งสาลีอเนกประสงค์หรือแป้งข้าวเจ้า)
• กะทิ 1/2 ถ้วย
• น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• มะพร้าวขูด 1 ถ้วย
• งาขาวคั่ว 1 ถ้วย
• น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1 ช้อนชา
• น้ำมัน (สำหรับทอด) 2 ถ้วย

วิธีทำกล้วยทอด

1. ใส่แป้งโกกิหรือแป้งทอดกรอบลงในอ่างใหญ่ เติมกะทิลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันดี
2. ใส่น้ำเปล่าลงไป (ในสูตรใส่น้ำอุณหภูมิห้อง แต่ถ้าเป็นน้ำเย็นจัดน่าจะกรอบกว่า) คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
3. เติมน้ำตาลทรายแล้วคนอีกเรื่อย ๆ ให้น้ำตาลทรายละลาย ใส่มะพร้าวขูด ตามด้วยงาขาวคั่วพอเหลือง คนจนส่วนผสมแป้งข้นนิด ๆ
4. ใส่น้ำปูนใสลงไป เพราะจะทำให้กล้วยทอดกรอบนานค่ะ (วิธีทำน้ำปูนใส เอาปูนแดงที่ซื้อมาจากร้านเอเชีย 2 ช้อนโต๊ะ แล้วก็เทน้ำใส่ขวด ปิดฝาเขย่าให้ปูนละลาย แล้วก็ตั้งไว้ปล่อยให้ปูนแดงตกลงก้นขวด เอาน้ำใส ๆ มาทำอาหารกันได้เลย ส่วนน้ำปูนใสที่เหลือก็เก็บไว้อุณหภูมิห้องธรรมดา เก็บไว้ได้นานเดียว)
5. ใส่เกลือ คนส่วนผสมให้เข้ากัน
6. นำกล้วยน้ำว้าฝาน (ในสูตรตาฝานแค่ 3 ชิ้น) ใส่ลงไปในส่วนผสมแป้ง
7. ตั้งกระทะใช้ไฟกลางค่อนไปทางร้อน ใส่น้ำมันลงไป เอากล้วยชุบแป้งลงทอดเลย เวลาทอดต้องคนตลอดเวลา แนะนำให้หากระทะที่ใหญ่ ๆ จะดีกว่า เวลาทอดก็อย่าใส่กล้วยให้แน่นมาก เวลากลับกล้วยทอดจะได้สะดวก
8. พอทอดจนกล้วยเหลืองกรอบได้ที่แล้วตักขึ้นเลย พักไว้บนกระดาษอเนกประสงค์ จัดใส่ภาชนะเสิร์ฟ

ขนมดอกจอก

ส่วนผสม ขนมดอกจอก

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม
• แป้งมันสำปะหลัง 50 กรัม
• น้ำปูนใส 250 กรัม
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 50 กรัม
• หัวกะทิ 500 กรัม
• งาดำ

วิธีทำขนมดอกจอก

1. นำแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งมัน เทรวมกัน ตามด้วยน้ำปูนใส นวดไปเรื่อย ใส่ไข่ไก่นวดต่อไปเรื่อย ๆ
2. ใส่เกลือและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากัน เทกะทิแล้วนวดให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวดค่อนข้างนานกว่าส่วนผสมจะเข้ากันดี กรองด้วยกระชอนตาถี่ แป้งจะละเอียดเนียนสวย ใส่งาดำตามชอบ หรือจะใส่งาขาวด้วยก็ได้
3. นำพิมพ์ไปแช่ทิ้งไว้ในน้ำมันที่ร้อนประมาณ 10 นาที พอพิมพ์ร้อนได้ที่แล้วก็ซับด้วยน้ำมันก่อนที่จะไปชุบแป้ง
4. จุ่มพิมพ์ลงไปในแป้ง แต่อย่าจุ่มจนมิด (เพราะถ้าจุ่มมิดแป้งจะติดพิมพ์ ไม่หลุด) นำพิมพ์ชุบแป้งเสร็จแล้วลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อนใช้ไฟกลาง พอเอาพิมพ์จุ่มลงในน้ำมันแล้วค่อย ๆ เขย่าพิมพ์ แป้งก็จะหลุดออกจากพิมพ์ ทอดให้สุกเหลือง เอาขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พอพักจนเย็นก็กินได้

บัวลอยสาคูสีชมพู

ส่วนผสม สาคูบัวลอย

• สาคูเม็ดเล็ก 200 กรัม
• สีผสมอาหารสีแดง หรือสีอื่นตามชอบ
• มะพร้าวอ่อน
• ลิ้นจี่แกะเม็ด

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิ 500 กรัม
• น้ำตาลโตนด 300 กรัม
• น้ำตาลทราย 80 กรัม
• เกลือนิดหน่อย
• ใบเตย

วิธีทำสาคูบัวลอย

1. นำเม็ดสาคูแช่สีผสมอาหารที่ต้องการ ประมาณ 20 นาที พอครบเวลาเทใส่กระชอนกรองเอาแต่สาคู ปั้นเป็นก้อนกลมจนหมด
2. ต้มบัวลอยสาคูในน้ำเดือด เมื่อสุกบัวลอยสาคูจะลอยขึ้นมา ก็ตักขึ้นมาผ่านน้ำเย็น
3. ต้มน้ำกะทิ ใส่ลิ้นจี่ มะพร้าวอ่อน และสาคูบัวลอย รอจนเดือดตักใส่ถ้วย

บัวลอยกุหลาบ 5 สี

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
• กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้ค่ะ)
• สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี เช่น สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
• แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิราดบัวลอย

• กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1-2 ช้อนชา
• ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้ แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ
2. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5-2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
3. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้น แล้วแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
4. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
5. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ แล้วจัดเสิร์ฟร้อน ๆ จ้า